Story

Subject เศรษฐศาสตร์ในการจีบคนที่มีแฟนแล้ว


"ถ้าหากว่าใจเธอมี demandตัวฉันนั้นมีอุปทานสนองให้
มาบรรจบพบกัน ณครั้งใด
ดุลยภาพของหัวใจเกิดขึ้นพลัน"

อย่าคิดมากเรื่องความรักเลย...
ถือเป็นโชคดีของเรา(ฉัน+เธอ) และ เขา มากแค่ไหนแล้ว ที่เราทั้งหมดบังเกิดความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว ใครจะได้ครอบครองหัวใจเธอก็ตาม... ไม่จำเป็นต้องสนใจ ถือเป็นเรื่องอนาคต (ซึ่งก็ยังไม่เกิดซะที...และไม่รู้จะเกิดเมื่อไหร่) แต่ครั้งหนึ่งที่ผ่านมาเมื่อนานแล้วเรา(ฉัน+เธอ) ก็เคยรู้สึกดีร่วมกัน ...เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วจะกังวลไปใย

หลังจากร่ำเรียนวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์มาได้สักพัก กอปรกับปัญหาส่วนตัวที่
เจอในชีวิตจริงผมจึงอยากนำเสนอทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ในการจีบคนที่มีแฟนแล้วดังนี้ครับ

ฝ่ายหญิงนั้นเปรียบเสมือนผู้บริโภค (consumer) ส่วนแฟนเธอนั้น เปรียบเสมือนผู้ผลิต (producer) ที่คอยป้อนเวลาแห่งความสุข (goods)ให้เธอ เช่นการเทคแคร์ดูแล เอาใจใส่เธอ ซึ่งฝ่ายหญิงก็จะคอยดูแลตัวเองให้สวย น่ารัก ตามใจแฟนบ้างเพื่อดึงดูดใจแฟนเธอเอาไว้ ซึ่งนั่นก็คือราคา (price) ที่ฝ่ายหญิงต้องจ่ายในการซื้อเวลาจากแฟนเธอนั่นเองครับ

ณ ดุลยภาพแรกหัวใจของฝ่ายหญิง (market) มีแต่แฟนเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งก็เท่า
กับว่าเป็นลักษณะของตลาดผูกขาด (monopoly) ทางด้านฝ่ายชายเพื่อที่จะหาความสุข
ใส่ตัวให้มากที่สุด (maximize profit) ก็จะให้เวลากับเธอจนถึงระดับที่หน่วยสุด
ท้ายของความสุขที่ได้อยู่กับเธอเท่ากับหน่วยสุดท้ายของความทุกข์ที่เสียเวลาส่วน
ตัวไป (marginal revenue = marginal cost) ครับ ฉะนั้นแล้วฝ่ายหญิงจะต้องซื้อเวลาแห่งความสุขมา ณ ระดับราคาที่สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ย (P>AC)

ต่อมาเมื่อมีมือที่ 3 (third hand ครับไม่ใช่ invisible hand) เข้ามาพยายามแบ่งหัวใจเธอ ซึ่งก็คงไม่ได้เข้ามาง่ายๆ เพราะอาจจะมีอุปสรรค (barrier to entry) อยู่บ้างเช่น ข้อมูลของฝ่ายหญิง (information cost) หรือความซื่อสัตย์ของเธอที่มีกับแฟน (brand loyalty) เป็นต้น

เมื่อเริ่มจีบมือที่ 3 จะพยายามเสนอเวลาให้กับฝ่ายหญิงด้วยราคาที่ต่ำกว่าของแฟนเธอ
ส่วนแฟนเธอเมื่อเห็นดังนั้นก็ต้องลดราคาของเวลาที่ให้ฝ่ายหญิงลงมาเช่นกัน
เพื่อไม่ให้เสียฝ่ายหญิงไป ช่วงนี้ฝ่ายหญิงสามารถเล่นตัวได้มากขึ้นกว่าตอนที่
หัวใจเธอถูกผูกขาดอยู่แค่แฟนคนเดียวครับ ราคาความสุขจากแฟนเธอและมือที่ 3
จะลดไปได้สูงสุดที่ระดับราคาเท่ากับต้นทุนฉลี่ย (P=AC) ซึ่งถ้าแฟนเธอและมือที่ 3
มีต้นทุนเท่ากันจะเข้าสู่ดุลยภาพใหม่ (Bertrand-Nash equilibrium) แต่ถ้าทั้งสองคนมีต้นทุนไม่เท่ากันแล้ว สงครามหัวใจครั้งนี้ก็จะจบลงโดยที่ต้องมีคนอกหักไปตามระเบียบ (คนที่มี AC สูงกว่า)

แต่ไม่ว่าใครจะต้องอกหักฝ่ายหญิงจะมีความสุขมากขึ้นครับ (consumer surplus)
เพิ่มขึ้นเพราะหาซื้อความสุขได้มากขึ้นในราคาที่ลดลง) โอกาสที่ทั้งแฟนเธอและมือที่ 3 จะสมคบคิด (collude) เพื่อร่วมมือกันจีบสาว (cooperative game) นั้นเกิด ขึ้นได้ยากครับ เป็นเพราะว่าไม่ว่าใครก็ต้องการหัวใจของฝ่ายหญิงไปทั้งหมด (100% market share)

อย่างไรก็ดีฝ่ายหญิงก็อาจจะคบสองหนุ่มไปพร้อมๆกันเลยก็เป็นได้เพราะทั้งมือที่ 3
และแฟนเธอไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว โดยมือที่ 3 ที่เข้ามาอาจจะเสนอความ
สุขให้เธอในรูปแบบที่ต่างไปจากแฟนเธอ (product differentiation)
เช่น พาไปเที่ยวที่ใหม่ๆ แบ่งปันผลประโยชน์ที่แฟนของเธอให้ไม่ได้
ทำให้ความสุขจากแฟนเธอและมือที่ 3 ไม่สามารถทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ (imperfect substitute) ดุลยภาพนี้จะดำเนินไปได้นานเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายหญิงจะมีความสามารถในการสับรางว่าทำได้ดีแค่ไหน รวมถึงการเล่นนอกเกม (illegal) ที่อาจจะเกิดขึ้นเช่นเมื่อแฟนเธอหมดความอดทน ฝ่ายมือที่ 3 ก็อาจจะโดนดักตีหัวได้ง่ายๆเหมือนกัน

แต่เมื่อฝ่ายหญิงเลือกคนใดคนหนึ่งในที่สุดก็จะต้องมีคนที่เสียใจซึ่งอาจจะเสียใจ
มากถึงขั้นไปปรับทุกข์กับสุราจนไม่ได้สติ (random walk) ในสถานการณ์เช่นนี้
เพื่อนๆต้องเข้าไปปลอบใจ โดยแนะนำให้ไปหาสาวอื่นแทน (new market) ในที่สุด
และวนเวียนแบบนี้ต่อไปใหม่อีกเรื่อยๆ...

ชายอายุ 20 เหมือนมะพร้าว
เปลือกเยอะ เนื้อน้อย เรียกร้องมากมาย
แต่ไม่ค่อยให้อะไรตอบแทน

ชายอายุ 30 เหมือนทุเรียน
หนามแหลมคม ดูอันตราย แต่อร่อยที่สุด

ชายอายุ 40 เหมือนแตงโม
ลูกโต กลมกลิ้ง รอบจัด จับไม่ค่อยได้
ไล่ไม่ค่อยทัน แต่ให้น้ำแตงโมฉ่ำหวานชื่นใจ

ชายอายุ 50 เหมือนส้มแมนดาริน
ปีหนึ่งจะมีมาให้ลิ้มรสเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น

ชายอายุ 60 เหมือนลูกเกด
อดีตผลองุ่นที่ไม่มีน้ำองุ่นอีกแล้วตลอดอายุขัย
หมดน้ำยา ยู่ยี่และเหี่ยวแห้งลงไปทุกวัน

ค ว า ม รั ก ข อ ง คุ ณ คื อ อ ะ ไ ร ? ความรัก คือ โชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้

ความรัก เป็นได้ทั้งมือ เเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ

ความรัก คือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง

ความรัก คือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน

ความรัก มีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่า . .

ไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข

เเต่เรากลับมีความสุขในสิ่งที่เรารักต่างหาก

ความรัก คือ ศิลปะ ที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า

ความรัก คือ โอกาส ที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง

ความรัก คือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ ทำให้คนโง่กลาย เป็นคนฉลาด

ความรัก เมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก

ความรัก มิได้เป็นการก้าวนำ หรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไปพร้อมๆ กัน

ความรัก ทำให้คนเราเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์เดิมๆ ของชีวิต

ความรัก ทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต . .

เพราะทุกคืนที่ ไร้ ความรัก ก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว

ความรัก คือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ

ความรัก ที่มีมาเป็นปีๆ ก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที

ความรัก จะยาวนาน หรือจะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนสองคนที่รักกัน

ความรัก กว่าจะพบเจอได้นั้นเเสนยาก แต่กลับเลิกรักได้อย่างง่ายดาย

ความรัก สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน

ความรัก ต่อให้บอกกันทุกวันว่าก็ไม่มีวันเบื่อ . .

เเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่อยากได้ยินอีกต่อไป

ความรัก ถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่สามารถรักกันได้

ความรัก สามารถให้อภัยกันได้เสมอ โดยไม่มีเงื่อยไขว่ากี่ครั้ง

ความรัก รักได้เเต่อย่าหลง เพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด

ความรัก อยู่เหนือคำทำนาย เเละจะไม่มีวันเป็นไปตาม