ติดเกาะสถานการณ์
. : : T r A n S f O r M e R : : .




ติดเกาะสถานการณ์
. : : T r A n S f O r M e R : : .




HARRY POTTER AND THE ORDER OF THE PHOENIX

ใน Harry Potter and the Order of the Phoenix แฮร์รี่กลับมาฮอกวอตส์เพื่อเรียนต่อปีที่ห้า เขากลับได้พบว่าบรรดาพ่อมดแม่มดต่างพากันเชื่อว่าเรื่องการเผชิญหน้าระหว่างหนุ่มวัยรุ่นและจอมมารลอร์ดโวลเดอมอร์นั้นเป็นเรื่องโกหก ซึ่งทำให้พวกเขาตั้งคำถามในความน่าเชื่อถือของแฮร์รี่ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ ได้แต่งตั้งอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ ศาสตราจารย์โดโลเรส อัมบริดจ์ผู้ตีสองหน้า แต่วิชาการใช้เวทมนตร์ป้องกันตัวของศาสตราศาสตราจารย์โดโลเรส อัมบริดจ์ ซึ่ง ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงฯ กลับทำให้พวกพ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถป้องกันตนเองจากศาสตร์มืดที่คุกคามพวกเขาได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้พวกเพื่อนๆ ของเขาอย่างเฮอร์ไมโอนี่ และรอน แฮร์รี่จึงตั้งใจที่จะรับมือกับทุกอย่างด้วยตัวของเขาเอง ด้วยการพบกันอย่างลับๆ ของกลุ่มนักเรียนไม่กี่คนซึ่งตั้งชื่อให้กับตนเองว่า กองทัพดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่สอนพวกเขาให้ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เพื่อเตรียมให้พวกพ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์ที่กระตือรือล้นพร้อมเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาซึ่งรออยู่เบื้องหน้า




วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ภูมิใจเสนอผลงานของ Heyday Films เรื่อง Harry Potter and the Order of the Phoenix ภาพยนตร์นำแสดงโดย แดเนียล แรดคลิฟฟ์, รูเพิร์ต กรินท์, เอ็มม่า วัตสัน, เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์, ร็อบบี้ โคลเทรน, วอร์วิค เดวิส, ราล์ฟ เฟนส์, ไมเคิล แกมบอน, เบรนแดน กลีสัน, ริชาร์ด กริฟฟิธส์, เจสัน ไอแซคส์, แกรี่ โอลด์แมน, อลัน ริคแมน, ฟิโอน่า ชอว์, แมกกี้ สมิธ, อิเมลด้า สทอนตัน, เดวิด ธิวลิส, เอ็มม่า ทอมป์สัน, และจูลี่ วอลเตอร์ส



ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดยเดวิด เยทส์ จากบทภาพยนตร์โดย ไมเคิล โกลเดนเบิร์ก จากนวนิยายโดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง ; เดวิด เฮย์แมน และเดวิด แบร์รอนเป็นผู้อำนวยการสร้าง, โดยมีลิโอเนล วิแกรม เป็นผู้อำนวยการบริหาร
ผู้ร่วมงานเบื้องหลังกับผู้กำกับฯ ได้แก่ ผู้กำกับภาพ สลาวอเมียร์ อิดเซียค และผู้กำกับฝ่ายศิลป์ สจ๊วต เครก ผู้ลำดับภาพ มาร์ค เดย์ กับผู้ประพันธ์เพลงประกอบ นิโคลัส ฮูเปอร์, เจนี่ เทมีน เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย


"ถ้ารู้ ถ้ามี พี่จัดให้ อิอิ"
Arthur and The Minimoys ทูตจิ๋วเจาะขุมทรัพย์มหัศจรรย์

อาร์เธอร์(เฟรดดี้ ไฮมอร์) เด็กน้อยผู้ชอบฟังเรื่องเล่านิทานจากยายของเขาก่อนนอนทุกคืน ฝันของเขาเต็มไปด้วยการพบเจอกับชนเผ่าอัฟริกัน และเรื่องราวที่มหัศจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อจากหนังสือเวทย์มนต์รเก่าแก่ของปู่ ซึ่งได้หายสาบสูญไปอย่างลึกลับกว่า 4 ปี


เมื่อเริ่มเปิดอ่านหนังสือ เขาจึงได้เข้าใจถึงสิ่งที่ปู่ทิ้งไว้ให้ ซึ่งเกี่ยวกับสมบัติที่ซ่อนอยู่ในสวนหลังบ้าน ที่ประหลาดไปกว่านั้น นั่นคือ โลกที่มองไม่เห็นนั้นมีชั้นใต้ดินที่เหล่าบรรดาสัตว์ตัวเล็กๆมากมายอาศัยอยู่ ซึ่งเขาเรียกมันว่า มินิมอยส์
พออายุได้ 10 ขวบ เขาจึงตัดสินใจที่จะดำเนินรอยตามปู่ของเขา โดยการก้าวเข้าสู่โลกของเหล่าบรรดามินิมอยส์ เพื่อจะสำรวจและค้นหาอาณาจักร แต่ในนั้นกลับเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย
Arthur and the Minimoys หรือในอีกชื่อว่า Arthur and The Invisible เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่เกิดจากแนวคิดในวัยเด็กของ ซีลิน การ์เซีย ภรรยาของนักวาดประกอบ แพทริค การ์เซีย ซึ่งเคยร่วมงานกับ ลุค เบซอง มาก่อนในหนังสือการ์ตูนเรื่อง The Fift Element ทั้งคู่ได้ร่วมสร้างสรรค์เรื่องราวขึ้นมา ก่อนจะนำไปเสนอให้กับ เบซองดู และเขาชื่นชอบอย่างมาก
จากนั้นผู้อำนวยการสร้างชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง ลุค เบซอง จึงได้เขียนเป็นวรรณกรรมเยาวชนขึ้นมา (เขากำกับ Leon: The Professional, The Big Blue และ The Fifth Element และสร้างหนังอย่าง The Transporter, Kiss of The Dragon) วาดภาพประกอบโดย แพทริค ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีการแปลไว้มากถึง 34 ภาษา และมียอดขายมากกว่า 1 ล้านเล่มในฝรั่งเศส จนมีอีกหลายตอนตามมา ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์โดย ซีลิน การ์เซีย อีกครั้ง ซึ่งใช้เวลานานถึง 5 ปี


Arthur and The Minimoys เป็นการหวนกลับมาทำหน้าที่กำกับอีกครั้งของ เบซอง นับจาก The Messenger: The Story of Joan of Arc(1998) เขาดัดแปลงจากหนังสือ 2 เล่มแรก ด้วยทุนสร้างสูงถึง 65 ล้านยูโร(80 ล้านเหรียญฯ) ด้วยการผสมผสานระหว่างคนแสดงจริง กับภาพอนิเมชั่นแบบ 3D จากบริษัทเทคนิคพิเศษของฝรั่งเศส BUF Cie และได้นักแสดงชั้นนำมาร่วมแสดง อย่าง เฟรดดี้ ไฮมอร์(Charlie and The Chocolate Factory), มีอา ฟาร์โรว์(Purple Rose of Cairo), และให้เสียงพากย์โดยศิลปินเพลงชื่อดังอย่าง เจ้าแม่เพลงป๊อป มาดอนน่า เป็น เจ้าหญิง ซิลิเนีย, ศิลปินแกลมร็อค อมตะ เดวิด โบวี่ ในบท มัลตาซาร์ด และ เจ้าพ่อเพลงแร็พ สนู๊ป ด็อก ในบท แม็กซ์


เนื่องจากจุดเริ่มต้นของการทำงานครั้งนี้เกิดจากคนสามคนที่ไม่มีความรู้เรื่อง 3D Animation เลย อีกทั้งเบซองก็ไม่เคยกำกับหนังประเภทนี้ ทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเชื่องช้ามากกว่าการทำภาพยนตร์ปรกติ เนื่องจากหนังอนิเมชั่นมีค่าใช้จ่ายที่สูง และแพงมาก ขณะเดียวกันการผสมผสานระหว่างคนแสดง และอนิเมชั่นยังทำให้มีความยากมากขึ้นไปอีก พวกเขาจึงร่วมทุนสร้างกับ DreamWorks ผู้จัดจำหน่ายฝั่งอเมริกาซึ่งกล้าลงทุนมากกว่าในฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามผลงานด้านภาพทั้งหมดมาจากการดูแลของ ไพร บัฟฟิน CG Director ของ BUF Cie บริษัทซึ่งเคยทำเทคนิคพิเศษให้กับหนังฮอลลีวู้ดมาแล้วอย่าง Batman and Robin, Matrix, Human Nature และหนังของ หว่องกาไว อย่าง 2046 และ Arthur and The Minimoys เป็นการก้าวไปอีกขั้นของบริษัท และวงการอนิเมชั่นฝรั่งเศส
สำหรับ เฟรดดี้ ไฮมอร์ นักแสดงเด็กฝีมือดีนั้น นี่ไม่ใช่หนังฝรั่งเศสเรื่องแรก เขาเคยแสดงใน Two Brothers หนังชีวิตเสือโคร่งของ ฌอง ฌาคส์ อันโนด์ มาแล้ว แถมยังเคยอ่านหนังสือเล่มนี้มาก่อนอีกด้วย ผมชอบความคิดที่เขาสามารถออกแบบเหล่ามินิมอยส์ ที่มีความสูง 2 มม. และเราไม่สามารถจะมองเห็นพวกมันด้วยตัวเอง พวกมันอาศัยอยู่ในสวน เมื่อพวกคุณได้ดูภาพยนตร์คุณจะมีความรู้สึกว่า มันน่าเหลือเชื่อมากจริงๆ ที่เขาสามารถวาดภาพ และทำภาพเหล่าบรรดาสัตว์ที่อยู่ในเรื่องราวนี้ให้ดูน่าอัศจรรย์แบบพิลึกได้


ด้าน มีอา ฟาร์โรว์ อดีตนักแสดงคู่บุญของผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน เองก็เช่นกัน เธอเคยเล่นหนังฝรั่งเศสมาบ้างแล้วให้กับผู้กำกับ โคล้ด ชาโบรล ใน Doctor Popaul นับเป็นการคืนจอ และยังแสดงหนังร่วมกับอนิเมชั่นเป็นครั้งแรก ฉันไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสกับบรรดาเหล่าตัวการ์ตูนได้ ดังนั้น มันก็เลยทำให้ฉันค่อนข้างซีเรียส อีกทั้งบางทียังต้องแสดงท่าทางหรือพูดจาเหมือนอยู่คนเดียว ฉันไม่รู้ว่าการงานที่เกี่ยวกับเทคนิคพิเศษนั้นเป็นอย่างไร จนได้มาเห็นกับตาว่าเขาทำกันอย่างไร ซึ่งฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงจุดหมายได้ ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มากทีเดียว
หนังเรื่องนี้เปิดฉายในฝรั่งเศสเมื่อปลายปี 2006 และขึ้นอันดับ 1 ถึง 4 สัปดาห์ โดยมีผู้ชมกว่า 11 ล้านคนเฉพาะในฝรั่งเศส ปัจจุบันทำเงินทั่วโลกไปแล้วกว่า 107 ล้านเหรียญฯ และผลจากการทำงานกับหนังเรื่องนี้มาหลายปีทำให้ เบซอง ประกาศว่านี่จะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่เขาจะลงมือกำกับ ตามเจตนาที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าในชีวิตนี้เขาจะทำหนังเพียง 10 เรื่องเท่านั้น (อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา เบซอง ก็ให้สัมภาษณ์อีกเช่นกันว่า อาจเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาทำงานผู้กำกับอีกครั้งในอนาคต ซึ่งอาจหมายถึงการมากำกับหนังภาคต่อของ Arthur ที่ประกาศสร้างภาคสอง และสามเรียบร้อยแล้วนั่นเอง)
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ใครอยากทราบข้อมูลเรื่องอะไร ก็ถามมาได้เรื่อย ๆ นะครับ สโลแกนยังเหมือนเดิมครับ
"ถ้ารู้ ถ้ามี พี่จัดให้ อิอิ"