2007/Jul/20

Subject เศรษฐศาสตร์ในการจีบคนที่มีแฟนแล้ว


"ถ้าหากว่าใจเธอมี demandตัวฉันนั้นมีอุปทานสนองให้
มาบรรจบพบกัน ณครั้งใด
ดุลยภาพของหัวใจเกิดขึ้นพลัน"

อย่าคิดมากเรื่องความรักเลย...
ถือเป็นโชคดีของเรา(ฉัน+เธอ) และ เขา มากแค่ไหนแล้ว ที่เราทั้งหมดบังเกิดความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว ใครจะได้ครอบครองหัวใจเธอก็ตาม... ไม่จำเป็นต้องสนใจ ถือเป็นเรื่องอนาคต (ซึ่งก็ยังไม่เกิดซะที...และไม่รู้จะเกิดเมื่อไหร่) แต่ครั้งหนึ่งที่ผ่านมาเมื่อนานแล้วเรา(ฉัน+เธอ) ก็เคยรู้สึกดีร่วมกัน ...เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วจะกังวลไปใย

หลังจากร่ำเรียนวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์มาได้สักพัก กอปรกับปัญหาส่วนตัวที่
เจอในชีวิตจริงผมจึงอยากนำเสนอทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ในการจีบคนที่มีแฟนแล้วดังนี้ครับ

ฝ่ายหญิงนั้นเปรียบเสมือนผู้บริโภค (consumer) ส่วนแฟนเธอนั้น เปรียบเสมือนผู้ผลิต (producer) ที่คอยป้อนเวลาแห่งความสุข (goods)ให้เธอ เช่นการเทคแคร์ดูแล เอาใจใส่เธอ ซึ่งฝ่ายหญิงก็จะคอยดูแลตัวเองให้สวย น่ารัก ตามใจแฟนบ้างเพื่อดึงดูดใจแฟนเธอเอาไว้ ซึ่งนั่นก็คือราคา (price) ที่ฝ่ายหญิงต้องจ่ายในการซื้อเวลาจากแฟนเธอนั่นเองครับ

ณ ดุลยภาพแรกหัวใจของฝ่ายหญิง (market) มีแต่แฟนเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งก็เท่า
กับว่าเป็นลักษณะของตลาดผูกขาด (monopoly) ทางด้านฝ่ายชายเพื่อที่จะหาความสุข
ใส่ตัวให้มากที่สุด (maximize profit) ก็จะให้เวลากับเธอจนถึงระดับที่หน่วยสุด
ท้ายของความสุขที่ได้อยู่กับเธอเท่ากับหน่วยสุดท้ายของความทุกข์ที่เสียเวลาส่วน
ตัวไป (marginal revenue = marginal cost) ครับ ฉะนั้นแล้วฝ่ายหญิงจะต้องซื้อเวลาแห่งความสุขมา ณ ระดับราคาที่สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ย (P>AC)

ต่อมาเมื่อมีมือที่ 3 (third hand ครับไม่ใช่ invisible hand) เข้ามาพยายามแบ่งหัวใจเธอ ซึ่งก็คงไม่ได้เข้ามาง่ายๆ เพราะอาจจะมีอุปสรรค (barrier to entry) อยู่บ้างเช่น ข้อมูลของฝ่ายหญิง (information cost) หรือความซื่อสัตย์ของเธอที่มีกับแฟน (brand loyalty) เป็นต้น

เมื่อเริ่มจีบมือที่ 3 จะพยายามเสนอเวลาให้กับฝ่ายหญิงด้วยราคาที่ต่ำกว่าของแฟนเธอ
ส่วนแฟนเธอเมื่อเห็นดังนั้นก็ต้องลดราคาของเวลาที่ให้ฝ่ายหญิงลงมาเช่นกัน
เพื่อไม่ให้เสียฝ่ายหญิงไป ช่วงนี้ฝ่ายหญิงสามารถเล่นตัวได้มากขึ้นกว่าตอนที่
หัวใจเธอถูกผูกขาดอยู่แค่แฟนคนเดียวครับ ราคาความสุขจากแฟนเธอและมือที่ 3
จะลดไปได้สูงสุดที่ระดับราคาเท่ากับต้นทุนฉลี่ย (P=AC) ซึ่งถ้าแฟนเธอและมือที่ 3
มีต้นทุนเท่ากันจะเข้าสู่ดุลยภาพใหม่ (Bertrand-Nash equilibrium) แต่ถ้าทั้งสองคนมีต้นทุนไม่เท่ากันแล้ว สงครามหัวใจครั้งนี้ก็จะจบลงโดยที่ต้องมีคนอกหักไปตามระเบียบ (คนที่มี AC สูงกว่า)

แต่ไม่ว่าใครจะต้องอกหักฝ่ายหญิงจะมีความสุขมากขึ้นครับ (consumer surplus)
เพิ่มขึ้นเพราะหาซื้อความสุขได้มากขึ้นในราคาที่ลดลง) โอกาสที่ทั้งแฟนเธอและมือที่ 3 จะสมคบคิด (collude) เพื่อร่วมมือกันจีบสาว (cooperative game) นั้นเกิด ขึ้นได้ยากครับ เป็นเพราะว่าไม่ว่าใครก็ต้องการหัวใจของฝ่ายหญิงไปทั้งหมด (100% market share)

อย่างไรก็ดีฝ่ายหญิงก็อาจจะคบสองหนุ่มไปพร้อมๆกันเลยก็เป็นได้เพราะทั้งมือที่ 3
และแฟนเธอไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว โดยมือที่ 3 ที่เข้ามาอาจจะเสนอความ
สุขให้เธอในรูปแบบที่ต่างไปจากแฟนเธอ (product differentiation)
เช่น พาไปเที่ยวที่ใหม่ๆ แบ่งปันผลประโยชน์ที่แฟนของเธอให้ไม่ได้
ทำให้ความสุขจากแฟนเธอและมือที่ 3 ไม่สามารถทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ (imperfect substitute) ดุลยภาพนี้จะดำเนินไปได้นานเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายหญิงจะมีความสามารถในการสับรางว่าทำได้ดีแค่ไหน รวมถึงการเล่นนอกเกม (illegal) ที่อาจจะเกิดขึ้นเช่นเมื่อแฟนเธอหมดความอดทน ฝ่ายมือที่ 3 ก็อาจจะโดนดักตีหัวได้ง่ายๆเหมือนกัน

แต่เมื่อฝ่ายหญิงเลือกคนใดคนหนึ่งในที่สุดก็จะต้องมีคนที่เสียใจซึ่งอาจจะเสียใจ
มากถึงขั้นไปปรับทุกข์กับสุราจนไม่ได้สติ (random walk) ในสถานการณ์เช่นนี้
เพื่อนๆต้องเข้าไปปลอบใจ โดยแนะนำให้ไปหาสาวอื่นแทน (new market) ในที่สุด
และวนเวียนแบบนี้ต่อไปใหม่อีกเรื่อยๆ...

Comment

Comment:

Tweet